วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Scene costume

Scene Designer

Scenic Design, The Family Series, by Glenn Davis 




ผู้ออกแบบงานสร้าง 

เป็นเสาหลักของงานออกแบบทั้งเรื่อง มีหน้าที่ตีความบทภาพยนตร์แล้ววางคาแรคเตอร์ของฉากแต่ละฉาก หาเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ไม่ทิ้งมิติของความสมเหตุสมผล ผู้ออกแบบงานสร้างต้องมีความรู้ทางทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ศิลป์ สถาปัตยกรรม การตกแต่ง งานช่าง ภูมิทัศน์ พืชพรรณ แฟชั่น ความคิดเชิงสัญลักษณ์ ปรัชญา ฯ และสามารถถ่ายทอดไอเดียสู่ทีมงานคนอื่นๆ ได้ อาจจะเป็นการวาดด้วยมือ หรือใช้โปรแกรม 3D นอกจากนี้ต้องสามารถคำนวณงบประมาณได้ 

การออกแบบฉาก (Scene Design)
 1 จุดเปลี่ยน (Turning Points)

2 การวางเหตุการณ์ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในภายหลัง (Setups/Payoffs)

3 การสื่ออารมณ์และความรู้่สึก (Emotional Dynamics)

4 ทางเลือก (Choice)


1 จุดเปลี่ยน (Turning Points)

ภายในหนึ่งฉาก คือการบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ผ่านความขัดแย้ง ไม่ว่าความขัดแย้งนั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะในเหตุการณ์นั้น หรือต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่แล้ว อันจะมีผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงคุณค่าชีวิตของตัวละครไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง

ในทางทฤษฏีแล้ว ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าในแต่ละฉาก จะต้องมีความสั้นหรือยาวเพียงใด เพียงแค่ภาพช๊อตเดียว ก็สามารถถือว่าเป็นหนึ่งฉากได้ ถ้าภาพนั้นสามารถเปลี่ยนเหตุการณ์หรือตัวละครได้อย่างมีความหมาย ไม่ว่าจะสั้นหรือยาวหรือถ่ายทำในต่างสถานที่ก็ตาม ภายในหนึ่งฉากจะต้องนำเสนอเหตุการณ์ภายใต้ ความปราถนา, การกระทำ, ความขัดแย้ง และการเปลี่ยนแปลง

เหตุการณ์ในฉาก ตัวละครจะต้องค้นหาและกระทำตามความปราถนาที่ตนได้ตั้งใจไว้ ซึ่งความปราถนานั้น จะต้องนำไปสู่หัวข้อหลักของเรื่อง ไม่ว่าตัวละครจะตัดสินใจเลือกการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องจากฉากหนึ่ง ไปสู่อีกฉากหนึ่ง
ในแต่ละฉากเช่นกัน ที่นำเสนอความเปลี่ยนแปลงจากเล็ก ไปสู่ใหญ่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย เช่น ฉากสูงสุดในตอน (Sequence Climax) จะนำเสนอผลจากการกระทำในฉากที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงต่อตัวละครหลักในระดับปานกลาง และในฉากสูงสุดขององค์ (Act Climax) คือฉากที่นำเสนอผลของการกระทำจากตอนที่ผ่านมาแล้ว ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตัวละคร

(ผู้แปล: จากเรื่อง “ไททานิค” ฉากสูงสุดของตอนแรก เมื่อ โรส (Kate Winslet) ตัดสินใจจะกระโดดเรือฆ่าตัวตาย แต่ Jack มาช่วยไว้ เป็นเหตุที่ทำให้เริ่มเกิดความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกทั้งสอง และฉากสูงสุดขององค์ที่ โรส ตัดสินใจเปลื้องผ้าเพื่อให้ Jack เขียนรูปตนเองกับเพชรมรกต (อันเป็นจุดกำเนิดของเรื่อง) แสดงถึงความเชื่อใจ นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ทำให้ โรส อุทิศทุกอย่างเพื่อความรัก และ Jack ยอมตายเพื่อปกป้องคนที่ตนเองรัก)



จุดเปลี่ยนของเรื่องและตัวละคร จะต้องนำคนดูไปสูุ่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับตัวละครในเรื่องคือ

เกิดความประหลาดใจ (Surprise) 


เกิดความอยากรู้อยากเห็นว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป (Increased Curiosity) 


เกิดความเข้าใจในเหตุการณ์ ถึงที่มาที่ไปของเหตุและผล (Insight) 


เกิดวิถีทาง, พฤติกรรม หรือความคิดใหม่ของตัวละคร (New Direction)
 (ผู้แปล: เรื่อง “ไททานิค” จากจุดเริ่มของเรื่องทั้งหมดคือการตามหา สร้อยเพชร “Heart of the Ocean” อันเป็น ช่องว่าง (gap) สำคัญของเรื่อง ทำให้คนดูเกิดคำถามว่า สร้อยเพชรแท้จริงแล้วหายไปไหน ช่องว่างนี้ถูกปิดลงในฉากจบสูงสุดของเรื่อง เมื่อ โรส (ตอนแก่) หยิบเอาสร้อยเพชรที่ตนเองเก็บไว้มาเกือบทั้งชีวิตออกมา ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ต้องย้อนกลับไปในเหตุการณ์ช่วงเรือล้มว่าทำไมสร้อยเพชรถึงได้มาอยู่ โรส และจุดที่สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูคือการตัดสินใจทิ้งสร้อยเพชรที่มีค่ามหาศาลลงทะเล การเขียนบทให้ โรส แสดงอาการแกล้งทำให้สร้อยเพชรตกลงทะเล ทำให่้คนดูเกิดอาการใจหาย (เมื่อเห็นภาพสร้อยเพชรตก ดำดิ่งลงมหาสมุทร) ซึ่งนาทีก่อนหน้านี้ คนดูเพิ่งจะดีใจที่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วสร้อยเพชรอยู่กับ โรส ฉากนี้เป็นการเปิดช่องว่าง (gap) ให้กับคนดูอีกครั้ง (ว่าเพราะอะไรถึงทิ้งสร้อยเพชรลงทะเล) และในฉากต่อมา หนังได้บอกคนดูทางอ้อมว่า โรส ได้สิ้นใจอย่างสงบในคืนนั้น ภาพของ โรส (วัยสาว) พร้อมด้วยสร้อยเพชร ได้กลับคืนหวนมาสู่ Jack คนรักและผู้คนที่เสียชีวิตไปพร้อมกับเรือ ไททานิค)